คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
การศึกษามรดกศิลปกรรมโบราณเวียงลอ : รูปแบบศิลปะและแบบสันนิษฐานโบราณสถาน .กรุงเทพฯ

ชาญคณิต อาวรณ์

ประเภทผลงาน: ผลงานวิจัย
แหล่งทุน: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ประจำปีงบประมาณ 2559
จำนวนเงินทุน: -
การเผยแพร่ผลงาน: ชาญคณิต อาวรณ์. “การศึกษามรดกศิลปกรรมในเวียงโบราณเวียงลอ : รูปแบบศิลปะและข้อสันนิษฐานรูปแบบโบราณสถาน” วารสารวิจิตรศิลป์ ปีที่ 11, ฉบับ 1 (มกราคม – มิถุนายน 2563) : 87 – 115.
วันที่เผยแพร่: -
ระดับการเผยแพร่: -
ลิงก์ข้อมูล: https://so02.tci-thaijo.org/index.php/fineartsJournal/article/view/145046/164905
ฐานข้อมูล: TCI 1
รายนามร่วม:
การศึกษามรดกศิลปกรรมโบราณเวียงลอ : รูปแบบศิลปะและแบบสันนิษฐานโบราณสถาน .กรุงเทพฯ

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษารูปแบบศิลปะ ร่วมกับเอกสารทางประวัติศาสตร์ ข้อมูลทางโบราณคดี เพื่อสร้างองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ศิลปะ และนำผลการศึกษาไปสู่การออกแบบรูปแบบสันนิษฐานซากโบราณสถาน ผลการศึกษาพบว่า

1.แหล่งซากโบราณสถานประเภทวัดจำนวน 16 แห่ง มีการวางผังอาคารเขตพุทธาวาสในแนวแกนทิศตะวันออก – ตะวันตก โดยเน้นการวางวิหาร – เจดีย์ประธาน หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเป็นหลัก นับว่าเป็นกลุ่มที่พบมากที่สุดในเมืองโบราณเวียงลอ มีตัวอย่างสำคัญที่สามารถสร้างจินตทัศน์จากแบบสันนิษฐาน 3 มิติ คือ วัดพระแก้ว และวัดศรีชุม

          2.ลักษณะเด่นของวิหาร สามารถสร้างจินตทัศน์จากแบบสันนิษฐาน 3 มิติ ออกเป็น 4 กลุ่มคือ 1) วิหารแบบยกเก็จด้านหน้า 1 ช่วง 2)วิหารแบบผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า   3)วิหารปราสาท   4)วิหารรูปแบบพิเศษ ส่วนลักษณะเด่นของเจดีย์ พบเจดีย์รูปแบบพิเศษที่น่าจะเป็นลักษณะร่วมในลุ่มน้ำอิงที่สามารถสร้างจินตทัศน์จากแบบสันนิษฐาน 3 มิติ คือ เจดีย์ลอมธาตุ

          3.งานศิลปะโบราณเวียงลอ มีความสัมพันธ์เครือข่ายเมืองโบราณในลุ่มน้ำอิง กับบ้านเมืองในเขตลุ่มน้ำโขงตอนบนทั้งจากเชียงแสน และหลวงพระบาง และบ้านเมืองในล้านนา – สุโขทัย  ทั้งยังสัมพันธ์กับข้อมูลทางโบราณคดีและจารึกที่ชี้ให้เห็นความสำคัญของเมืองลอในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 – 24 อีกประการหนึ่งด้วย

 

คำสำคัญ : มรดกศิลปกรรมโบราณ : เวียงลอ ; รูปแบบสันนิษฐาน 


Abstract

This research aim to study art styles with historical document, archaeology data to build knowledge of the history of art, and led to the design model assumes ruin. The study as a result that ;

          1.The ruin of the temple 16 of the layout of the buildings axis direction in east – west with an emphasis putting the sanctuary  - stupa facing east into the mainstream. A prime examples can create a visualization of 3D models assumed is Wat Pra Keaw and Wat Sreechum.

          2.The dominant  feature of sanctuary that can create a visualization of 3D models assumed into 4 groups 1) styles of lift the front one 2) styles of rectangle 3) styles of Prasad 4) styles of special.  The dominant  feature of stupa found a special form that is based on Ing basin, can create a visualization of 3D models assumed from Lom That stupa.

          3.Lor’s ancient art shown that relationship network base on the ancient city in Ing basin ,the upper Mekong basin as Luang Prabang and Chiang San  and Lanna – Sukhothai. The ruin – art styles - a visualization of 3D are also associated with archaeology data and the inscriptions pointing out the importance of the city of Buddhist Century 21 – 24  with another. 

 

Keywords: Heritage Art ; Wiang Lor ; Presumption Ruins styles

ผลสำเร็จของโครงการ
การนำไปใช้ประโยชน์ (ถ้ามี):