คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
ชาดกนอกนิบาตในล้านนา : การศึกษาทางประวัติศาสตร์ศิลปะ

ชาญคณิต อาวรณ์

ประเภทผลงาน: ผลงานวิจัย
แหล่งทุน: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(สกสว),ประจำปีงบประมาณ 2561
จำนวนเงินทุน: -
การเผยแพร่ผลงาน: ชาญคณิต อาวรณ์. “สุวัตชาดกกับการศึกษาทางประวัติศาสตร์ศิลปะ : กรณีศึกษาจิตรกรรมหอไตร วัดช่างฆ้อง อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ ” วารสารภาษาและวัฒนธรรม ปีที่ 39, ฉบับที่ 1 (มกราคม – มิถุนายน 2563): 149 – 178.
วันที่เผยแพร่: -
ระดับการเผยแพร่: -
ลิงก์ข้อมูล: https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JLC/article/view/241580/163960
ฐานข้อมูล: -
รายนามร่วม:
ชาดกนอกนิบาตในล้านนา : การศึกษาทางประวัติศาสตร์ศิลปะ

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ มุ่งสำรวจและรวบรวมข้อมูลศิลปกรรมชาดกนอกนิบาตที่สัมพันธ์กับวรรณกรรม โดยเน้นเขตในภาคเหนือตอนบนเป็นหลัก  ข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมและความเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรม  รวมทั้งการค้นหาประเด็นใหม่ทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ ผลการวิจัยพบว่า

          ๑) งานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลงานศิลปกรรมจำนวน ๑๖ แหล่ง มีชาดกนอกนิบาตที่ศึกษา ๑๕ เรื่อง  จากการศึกษาอายุงานศิลปกรรมพบว่า เรื่องสิริจุฑามณีชาดก มีอายุมากที่สุด งานแรกสร้างอยู่ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๔ และเรื่องหงส์หิน มีอายุงานศิลปกรรมใหม่ที่สุด อายุราวทศวรรษ ๒๕๐๐ ในด้านรูปแบบงานจิตรกรรมนั้น มีลักษณะเด่นที่การผสมผสานระหว่างนาฏลักษณ์แบบล้านนากับพม่า – ไทใหญ่ และรัตนโกสินทร์หรือกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นระยะหัวเลี้ยวหัวต่อของด้านรูปแบบจิตรกรรมล้านนาในช่วงครึ่งแรกพุทธศตวรรษที่ ๒๕  

            ๒) ความสัมพันธ์ระหว่างวรรณกรรมและศิลปกรรม แบ่งออกเป็น ๖กลุ่มคือ กลุ่มแรก สัมพันธ์กับชาดกนอกนิบาตในชุดปัญญาสชาดก ประกอบด้วยเรื่องสิริจุฑามณีชาดก  พาราณสีราชชาดก จันทฆาตชาดก สุธนชาดก  กลุ่มที่สอง สัมพันธ์กับชาดกนอกนิบาตในสำนวนคร่าวธรรม   ประกอบด้วยเรื่องพรหมจักร   บัวระวงศ์หงส์อามาตย์   คัทธณะกุมาร    ก่ำกาดำ  รัตนแสงเมือง  และกาเผือก  กลุ่มที่สาม สัมพันธ์กับชาดกนอกนิบาตในสำนวนคร่าวซอ ประกอบด้วยเรื่องหงส์หิน  กลุ่มที่สี่ สัมพันธ์กับชาดกนอกนิบาตที่ผสมผสานระหว่างสำนวนคร่าวธรรมและคร่าวซอ ประกอบด้วยเรื่องสุวัตชาดก   กลุ่มที่ห้า  สัมพันธ์กับชาดกนอกนิบาตในสำนวนบทละคร ประกอบด้วยเรื่องสังข์ทอง  และสุวรรณหงส์  กลุ่มที่หก ศิลปกรรมที่ยังไม่ชัดเจนในการศึกษาประกอบด้วยเรื่องธรรมปาละ

๓)ในช่วงครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ ๒๔ เป็นช่วงสำคัญของการฟื้นฟูบ้านเมืองในราชวงศ์เชื้อเจ็ดตน  อันเป็นฐานอำนาจทางการเมืองใหม่ในลำปาง ลำพูน เชียงใหม่  ซึ่งผู้นำทางการเมืองใช้นโยบายการกวาดต้อนผู้คนชาติพันธุ์ไททางตอนเหนือเข้ามาผนวกกับกำลังไพร่พลเดิม  แล้วสร้างการฟื้นฟูจารีตและขนบประเพณีต่างๆ รวมถึงวรรณกรรมและงานพุทธศิลป์ก็เกิดขึ้นด้วย ความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธ์ไทในพื้นที่ล้านนายุคฟื้นฟูนี้ ทำให้เกิดการเลือกรับปรับเปลี่ยนวรรณกรรมชาดกนอกนิบาต เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างเอกภาพของวัฒนธรรมพุทธศาสนาซึ่งแต่เดิมเคยมีรากร่วมกันให้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของล้านนาใหม่อีกครั้งหนึ่ง  และนับเป็นจุดร่วมประการหนึ่งที่ทำให้จิตรกรรมชาดกนอกนิบาตหลายแห่งได้ฉายภาพขึ้นผ่านงานศิลปกรรม เพื่อเป็นหลักประกันทางวัฒนธรรมประการหนึ่งในการหล่อหลอม “ล้านนาใหม่” ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งแรกพุทธศตวรรษที่ ๒๕

 

คำสำคัญ :        ชาดกนอกนิบาต ; ล้านนาคดีศึกษา ; ประวัติศาสตร์ศิลปะล้านนา


Abstract

This research’s objective is to survey and collect data on Jataka outside nibat tales relating to art pieces. The samples were focused on the northern part of Thailand. The data was then analyzed to determine the relation between art pieces and literature which explain social phenomenon and culture activities while seeking and creating new academic topics on art history. The result of the research showed that

  1. This research studied 15 Jataka outside nibat from 16 locations. The study of artistry showed that Siri Juthamanee was the oldest. The first Jataka originated around 24th Buddhist century and the latest Jataka was Hong Hin which was created around 2500s. Lanna, Burma-Tai Yai and Rattanakosin-Bangkok printing pattern were merged in the transition period of Lanna art history in the early 2500s.
  2. The relation between literature and artistry was divided into 6 groups. 1) The relation to Jataka outside nibat in the Panyasa Jataka series which includes Siri Juthamanee Jataka, Varanasi Raj Jataka, Chanthra Kat Jataka, Suthon Jataka 2) The relation to Jataka outside nibat in Kraw-Dhamma series which includes Phrom Chakra, Buarawong Hong Amat, Katthakuman Jataka, Kam Ka Dam, Rattana Sang Mueng and Ka Puak 3) The relation to Jataka ourside nibat in Kraw-Saw series which includes Hong Hin 4) The relation to Jataka outside nibat in Kraw-Dhamma and Kraw-Saw category which includes Suwatta Jataka 5) The relation to Jataka outside nibat in the drama series which includes Suwan Sangkha Jataka or Sang Thong Suwannahongsa 6) the relation to the uncategorized Jataka which includes Thammapala Jataka.
  3. In the late 24th Buddhist century was the important recovery period of Chua-Jet-Ton dynasty, which occurred during the change in governing power in Lam Pang, Lam Poon and Chiang Mai. The new leaders recruited northern Tai tribes (groups of people from Shan State, Burma, south of Yunnan county, China to join the army and recovered traditions and ceremonies including literature and Buddist artistry. With the tribes joined, Jataka outside nibat where recovered to be used as a power tool to unite Tai ethnic to create new Buddhist arts which once was a part of Lanna. This marked the popularity rise in Jataka and new arts and can be considered the birth of “New Lanna” in the 25thcentury.

 

Keywords         : Jataka outside nibat, Lanna study, Lanna art history 

ผลสำเร็จของโครงการ
การนำไปใช้ประโยชน์ (ถ้ามี):